graphicmind studio and prints co.,ltd.
Colour.........
Quick Contact : 02 556 0564-7
Email : support@graphicmindcorp.com
 

ARTICLE.........

             ในปัจจุบันสีมีบทบาทสำคัญต่องานเป็นอย่างมาก   จะเห็นได้ว่ารอบๆ ตัวเรา  ไม่ว่าจะเป็นตึกราม- บ้านช่อง  รถยนตร์  เฟอร์นิเจอร์  เครื่องจักรกล  อุปกรณ์ต่างๆ  เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ  ฯลฯ  ล้วนแต่เคลือบผิวด้วยสีทั้งสิ้น  การเคลือบสีผิวผลิตภัณฑ์ นอกจากจะทำให้ดูสวยงาม  น่าซื้อ  น่าใช้แล้ว  สีบางชนิดยังช่วยป้องกันเหล็กไม่ให้เกิดสนิม  และไม่ให้เกิดการผุกร่อนได้อีกด้วย

ส่วนประกอบของสี

                ส่วนประกอบที่สำคัญของสีมีอยู่  3  อย่างด้วยกันคือ  เนื้อสี  ( Pigment )  ตัวยึดหรือกาว  (Binder )  และตัวทำลาย ( Solvent )

            1.  เนื้อสี  ( Pigment )  เนื้อสีจะมีลักษณะเป็นผงละเอียด  มีสีต่างๆ ตามต้องการ  เนื้อสีจะมีส่วนประกอบอยู่  2  ส่วนด้วยกัน คือ

                                1.1  ผงพื้นสี   มีลักษณะเป็นผงละเอียดคล้ายกับแป้งฝุ่น  มีอำนาจการปิดบัง  และปกคลุมผิวเบื้องล่าง  โดยปกติผงพื้นสีจะทำจาก  ผงตะกั่วขาว - แดง

                                1.2  ผงแม่สี  คือผงสีละเอียดที่ใช้ผสมกับผงแม่สี  เพื่อให้เกิดเป็นสีต่างๆ ตามต้องการ  ส่วนใหญ่จะได้จากแร่ธาตุ  เช่น  สีดำได้จากผงแกรไฟท์  สีเขียวได้จากคอปเปอร์ซัลเฟต  สีแดงได้จาผงตะกั่วแดง  สีน้ำเงินได้จากผงโคบอลท์  ฯลฯ

            2.  ตัวยึด หรือกาว  (Binder )  กาวที่ใช้ผสมสีมีมากมายหลายชนิด  ซึ่งมีคุณสมบัติจับตัวกับเนื้อสี  และเกาะตัวกับชิ้นงานรองรับได้ดี  กาวจะมีลักษณะเป็นของเหลวใส  ถ้าปราศจากเนื้อสีเมื่อกาวแห้งจะมีลักษณะเป็นของแข็งโปร่งใส  นอกจากจะเป็นตัวเกาะยึดระหว่างสีกับชิ้นงานแล้ว  กาวยังเป็นตัวเพิ่มความมัน เงางามให้กับเนื้อสีอีกด้วย

            3.  ตัวทำลาย  ( Solvent )    เป็นตัวทำลายที่มีลักษณะเป็นของเหลวใสคล้ายน้ำ  เป็นตัวช่วยให้เนื้อสีกับกาวผสมกันได้ดี  เป็นตัวทำให้เนื้อสีและกาวเจือจางเป็นของเหลวใส  สามารถทำการพ่น หรือทาได้ด้วยแปรง  เมื่อสีแห้งตัวทำลายจะหายไปหมด  เหลืออยู่แต่เนื้อสีและกาวติดอยู่  ตัวทำลายที่ใช้ ได้แก่ น้ำมันสน  ( Terpentine )  น้ำมันทินเนอร์  (Thinner )

ประเภทของสี

                สีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมปัจจุบัน  แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้หลายชนิด ด้วยกันตือ

            1.  สีน้ำมัน  ( Oli  Paint )  เป็นสีที่ใช้กันอยู่ทั่วๆ ไป  มีราคาไม่แพงนัก  ส่วนใหญ่สีชนิดนี้จะใช้ทาอาคารบ้านเรือนในส่วนที่เป็นเหล็กและไม้  เป็นสีที่ใช้ทาหรือพ่นได้ง่าย  หลังจากทาแล้วเพียง  4 - 5  ชั่วโมง  สีจะแห้งสนิท  ตัวทำละลายที่ใช้กับสีน้ำมัน ได้แก่  น้ำมันสน

                 ยังมีสีน้ำมันอีกชนิดหนึ่ง  ที่เรียกว่า สีพื้น  ( Primer )  หรือสีกันสนิม  ( Red Oxide Primer ) เป็นสีที่มีคุณสมบัติในการเกาะตัวกับโลหะได้ดี  สีชนิดนี้ใช้ผงพื้นสีจำพวก  เหล็กอ๊อกไซด์  หรือตะกั่วแดง  เหมาะที่จะใช้ทารองพื้นเหล็กก่อนที่จะทาสีทับหน้าต่อไป

            2.  สีน้ำ หรือสีพลาสติก  ( Water Paint or Plastic Kmultion Paint )  เป็นสีที่ผสมพลาสติกพวก  โพลีไวนิลอาซีเตท   ( Polyvinyl Acetate )   หรือที่เรียกว่า   P.V.A.  ซึ่งคุณสมบัติคล้ายกาวละลายน้ำได้  เกาะติดกับวัสดุต่างๆ ได้ดีมาก  แข็งตัวภายในเวลา  2  ชั่วโมง  ตัวทำละลายที่ใช้กับสีพลาสติก  ได้แก่  น้ำ  สีประเภทนี้ใช้ทาอาคารคอนกรีตทั้งภายในและภายนอก

            3.  สีเคลือบ  (Knamel)  เป็นสีที่เกิดจากการผสมเนื้อสีกับน้ำมันวานิช  มีคุณสมบัติคงทนต่อแสงแดดเป็นพิเศษ  มีความมันเงางาม  ใช้ได้ทั้งทาและพ่น  ส่วนใหญ่ใช้สำหรับพ่นรถยนต์   มีทั้งชนิดแห้งช้าและแห้งเร็ว  ชนิดแห้งช้าจะต้องอบด้วยความร้อน  เพื่อให้สีสุกและติดแน่น  ตัวทำลายที่ใช้ได้แก่  นำมันทินเนอร์

            4.  สีอุดพลาสติก  ( Plastic Filler )  ในสมัยก่อน การเติมรอยชำรุดของโลหะที่จะทำการพ่นสี  จะใช้วิธีการบัดกรีด้วยตะกั่วเข้าไปเพิ่มเนื้อที่ให้เต็ม  ซึ่งวิธีนี้จะเสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูง  ปัจจุบันการซ่อมผิวงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อใช้สีอุดพลาสติก  เพราะสีอุดพลาสติกนี้จะแข็งตัวภายในเวลา  15 - 30  นาที  สามารถซ่อมผิวงานบริเวณกว้างๆ ได้  เช่น  งานซ่อมตัวถัง รถยนต์  ฯลฯ

                สีอุดพลาสติกเมื่อเวลาจะใช้งาน  จะต้องใช้คู่กับน้ำยาที่ทำให้สีอุดพลาสติกแห้งตัวเร็ว  น้ำยาที่ใช้เรียกว่า  Hardener  ถ้าไม่ผสมน้ำยานี้ สีจะแข็งตัวช้า  ถ้าผสมน้ำยามาก  สีก็จะแข็งตัวเร็ว  สีเมื่อผสมน้ำยาแล้วจะต้องใช้ให้หมดภายในเวลา  2  นาที  สีชนิดนี้ เมื่อแข็งตัวแล้ว  สามารถตบแต่งผิวให้เรียบได้ด้วยกระดาษทราย  แล้วจึงทำการทาสีหรือพ่นสีต่อไป

                5.  แลคเคอร์  ( Lacquer )  นับว่าเป็นสีเคลือบไม้ชนิดหนึ่งที่แห้งเร็ว  คือจะแข็งตัวภายในเวลา  15 - 20  นาที  แลคเคอร์ทำจากวัสดุสังเคราะห์ที่มีความแข็ง และมีความมันเงางาม  เนื้อสีใส  เมื่อถูกทาลงบนพื้นไม้หรือวัสดุอื่นๆ  สารละลายจะระเหยออกทิ้งแผ่นฟิลม์บางๆ ฉาบผิววัสดุนั้น  เนื่องจากแลคเคอร์มีเนื้อใส  จึงสามารถมองเห็นพื้นผิวเดิมของวัสดุนั้น  แลคเคอร์เหมาะกับงานพวกเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการให้เห็นลายไม้เดิม  โดยใช้การทาหรือพ่นก็ได้  ตัวละลายที่ใช้กับแลคเคอร์ได้แก่  ทินเนอร์

การนำสีไปใช้งาน

                สีที่เราใช้ทาหรือเคลือบผิวผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้น  มีวัตถุประสงค์ เพื่อปกปิดผิวชิ้นงานไม่ให้กระทบกับบรรยากาศ  เพื่อป้องกันการกัดกร่อน  และเพื่อให้ผิวมีความสวยงาม  สีที่ทาจะแนบสนิทกับผิวชิ้นงาน  หลุดออกได้ยาก

การเตรียมพื้นก่อนทาสี

                การเตรียมชิ้นงานสำหรับการทาสีหรือพ่นสีนั้น  นับว่าเป็นงานชิ้นแรกที่สำคัญ   งานสีจะดีและมีความทนทานได้นั้น  ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นชิ้นงาน  ชิ้นงานจะต้องสะอาด  เพื่อให้สีสามารถเกาะตัวกับชิ้นงานได้เป็นอย่างดี  วิธีการทำความสะอาดชิ้นงานก่อนทาสีหรือพ่นสี มีวิธีการดังนี้ คือ

                1.  ใช้น้ำสะอาดล้าง  ในกรณีที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่กับชิ้นงาน  และสิ่งสกปรกนั้นสามารถใช้น้ำล้างทำความสะอาดได้  เมื่อใช้น้ำล้างแล้วจะต้องใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดน้ำแล้วผึ่งให้แห้งสนิท  แล้วจึงทำการพ่นสีหรือทาสีต่อไป

                2.  ใช้น้ำมันล้าง  ใช้น้ำมันล้างในกรณีที่ชิ้นงานเป็นโลหะ มีสิ่งสกปรกประเภทน้ำมันเกาะติดอยู่  เมื่อล้างหรือเช็ดด้วยน้ำมันแล้ว  ควรใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อให้น้ำมันที่ล้างออกจากชิ้นงานให้หมด  หรืออาจใช้น้ำล้างหลังจากที่ล้างด้วยน้ำมันแล้ว  ปล่อยทิ้งไว้ให้ชิ้นงานแห้งสนิท  ก่อนทำการทาสีหรือพ่นสีต่อไป

                3.  ใช้กระดาษทรายขัด  ใช้กระดาษทรายขัดชิ้นงานในกรณีที่ชิ้นงานนั้น มีสิ่งสกปรกเมื่อไม่สามารถทำความสะอาดได้ด้วยน้ำหรือน้ำมัน  เช่น  สนิมที่เกิดขึ้นกับโลหะจำพวกเหล็ก  จะต้องใช้กระดาษทรายขัดออกก่อน  หลังจากนั้นอาจใช้น้ำมันล้างหรือใช้น้ำล้างอีกครั้งหนึ่ง  แล้วทำการทาสีหรือพ่นสีต่อไป

ข้อควรระวังก่อนการทาสี

                1.  ผิวหน้าชิ้นงานที่จะทาสีหรือพ่นสี  จะต้องสะอาดปราศจากไขมันและฝุ่นละออง และความชื้น
                2.  สีต่างประเภทกันใช้ผสมกันไม่ได้  เช่น  สีน้ำกับสีเคลือบ เมื่อผสมกันแล้วจะไม่เข้ากัน
                3.  ก่อนใช้สีจะต้องใช้ไม้คนสีให้เข้ากันเสียก่อน  เพราะเนื้อสีจะนอนก้นอยู่
                4. ควรทำงานในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก  โดยเฉพาะการพ่นสีละอองของสีเป็นอันตรายแก่ร่างกายต้องมีเครื่องป้องกัน

ประโยชน์ของสี

                1.  ช่วยป้องกันโลหะผุกร่อน  ซึ่งเกิดจากอ๊อกซิเจนในอากาศ หรือในน้ำเข้าไปทำปฏิกริยาเคมีกับโลหะ  ทำให้เกิดการผุกร่อน  อันเป็นผลทำให้สภาพการใช้งานของโลหะนั้นเสียไป  วิธีป้องกันหรือลดอัตราการผุกร่อนได้วิธีหนึ่งก็คือ  การทาสีหรือพ่นสี เนื้อสีจะไปปกปิดผิวโลหะ  ป้องกันไม่ให้อ๊อกซิเจนเช้าไปทำปฏิกริยากับเนื้อโลหะ

                2.  ทำให้ชิ้นงานเกิดความสวยงาม  สีมีส่วนช่วยให้ชิ้นงานต่างๆ มีความสวยงาม  น่าหยิบน่าใช้  เป็นที่ต้องการแก่ผู้พบเห็น  ทำให้รู้สึกว่างานชิ้นนั้นๆ มีราคาสูงมากกว่าเดิม

 

ที่มา : http://www.supradit.com/
   
   
   
     
copyright © graphicmind 2009 All Rights Reserved