graphicmind studio and prints co.,ltd.
Kind Of Plastic.........
Quick Contact : 02 556 0564-7
Email : support@graphicmindcorp.com
 

ARTICLE.........

         พลาสติกเป็นวัสดุใหม่ที่มนุษย์เพิ่งรู้จักนำมาใช้เมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง  คือเมื่อ ปี พ.ศ.2405  โดยนักเคมีชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ  อเลกซานเดอร์  ปาร์ค  (Alexander  Parks)   ได้บังเอิญทำแอลกอฮอล์หักลงบนก้อนฝ้ายที่มีการะบูนผสมอยู่ ปรากฎว่าได้สารแปลกประหลาดที่แข็งเหมือนเขาสัตว์  สามารถนำไปทำลูกบิลเลียดซึ่งเดิมใช้งาช้างทำ  และต่อมาก็ได้มีการค้นพบพลาสติกแบบใหม่ๆ ขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก  ปัจจุบันพลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา  เราต้องใช้พลาสติกมากมายหลายชนิด  ตั้งแต่ใช้แปรงสีฟันพลาสติกในตอนเช้า  ใช้ปากกาลูกลื่นพลาสติกในเวลาเขียนหนังสือ  จนกระทั่งใช้ถุงพลาสติกใส่อาหารในเวลากลางคืน  พลาสติกมีประโยชน์กับคนทุกวัย   ไม่ว่าเด็กอ่อนที่ใช้ขวดนมพลาสติด  หนุ่มสาวใช้หวีพลาสติกและคนแก่ใช้ฟันปลอมพลาสติก เป็นต้น

ประเภทของพลาสติก

                พลาสติกแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้  2  ประเภทด้วยกันคือ

           1.  พลาสติกอ่อน (Thermo  Plastic)   ได้แก่ พลาสติกทึ่ถูกความร้อนแล้วอ่อนตัว

           2.  พลาสติกแข็ง (Thermosetting  Plastic)  ได้แก่พลาสติกที่ถูกความร้อนแล้วไม่อ่อนตัว

ลักษณะพลาสติกก่อนขึ้นรูป

                สภาพพลาสติกก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นชิ้นงาน  จะมีลักษณะต่างๆ ดังนี้

                1.  ชนิดเป็นเม็ด  ทั่วไปเรียกว่า  พลาสติกเม็ด  เป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาผลิตได้ทันที  ถ้าต้องสีอะไรก็ใส่สีย้อมลงไปก่อนนำไปผลิตชิ้นงาน  ขนาดความโตของเม็ดพลาสติกแล้วแต่ผู้ผลิตจะกำหนดขึ้น

                2.  ชนิดเป็นผง  พลาสติกชนิดนี้มีลักษณะเป็นผงคล้ายแป้งฝุ่น  เป็นพลาสติกที่ผลิตขึ้นเพื่อนำออกไปทำการผลิตที่ใช้ปริมาณมากๆ  ก่อนผลิตอาจผสมสารอื่นๆ เพื่อให้ได้ตุณสมบัติตามความต้องการ

วิธีการผลิตพลาสติกสำเร็จรูป

                กรรมวิธีผลิตพลาสติกสำเร็จรูปเพื่อใช้งานนั้น  สามารถกระทำได้หลายวิธี  ทุกวิธีจะต้องใช้ความร้อนในการกระทำให้เกิดการเกาะตัวของโมเลกุล  วิธีที่นิยมได้แก่

                1.  โดยวิธีการอัด  ( Compression  Moulding )  วิธีการอัดขึ้นรูปพลาสติก  ส่วนมากจะใช้กับพวกพลาสติก  ซึ่งหลักการง่ายๆ ของการอัดขึ้นรูปพลาสติก

                2.  โดยวิธีการฉีด  ( Injection  Moulding )  วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับงานพลาสติกอ่อน  วิธีการเริ่มต้นด้วยการให้ความร้อนแก่ผงพลาสติก  แล้วใช้แรงอัดดันให้พลาสติเหลวฉีดเข้าไปในแบบ  โดยผ่านรูนำ  และถูกทำให้เย็นตัวในแบบ  แล้วจึงถอดแบบออก

พลาสติกอ่อน

                พลาสติกอ่อนเมื่อถูกความร้อนแล้วจะอ่อนตัวหลอมละลาย  และขณะเย็นตัวจะมีความแข็ง  พลาสติกชนิดนี้สามารถนำไปหลอมละลายกลับไปใช้ใหม่อีกครั้งก็ได้  ดังนั้นเศษหรือของที่ใช้แล้วที่ทำจากพลาสติกชนิดนี้จึงสามารถนำไปบด  แล้วหลอมใช้ใหม่ได้

คุณสมบัติของพลาสติกอ่อน

                1.  ลุกติดไฟได้ง่าย
                2.  เป็นฉนวนไฟฟ้า
                3.  เมื่อถูกความร้อนจะอ่อนตัว  เมื่อเย็นจะแข็งตัว
                4.  สามารถนำมาผลิตใหม่ได้
                5.  มีเนื้ออ่อน
                6.  สามารถนำมาเชื่อมต่อกันได้

 ชนิดของพลาสติกอ่อน

                พลาสติกอ่อนที่สำคัญมีอยู่หลายชนิด  และใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ได้แก่  ชนิดของพลาสติก ดังต่อไปนี้

                1.  โพลีเอทเทลีน  (Polyethelene)   ทั่วไปเรียกย่อว่า  P.E.   เป็นพลาสติกอ่อนที่มีปริมาณการใช้สูงมาก  ลักษณะเนื้อบางจะใสเนื้อหนาจะขุ่น  ยืดตัวได้ดีไม่คงทนต่อน้ำมันเบนซิน  และน้ำมันก๊าดใช้กันมากในการทำถุงพลาสติกใส  ที่เรียกว่า ถุงเย็น  (เพราะใส่ของร้อนไม่ได้)  นอกจากนี้ยังใช้ทำถุงหิ้วของ  ตุ๊กตาเด็ก  ดอกไม้พลาสติก  ขวดนุ่มนิ่ม  เชือกพลาสติก  เป็นต้น

                2.  โพลีโพรไพลีน  ( Polypropylene )  ทั่วไปเรียกว่า  P.P.  มีคุณสมบัติและการใช้งานทั่วไปคล้ายกับโพลีเอทเทลีน  แต่จะทนความร้อนได้ดีกว่าแข็งแรงกว่า  คุณภาพดีกว่า  แต่จะมีราคาแพงกว่า  ใช้ทำพลาสติกใส่ของร้อนที่เรียกว่า  ถุงร้อน  หมวกกันน็อค  ขวดพลาสติก ถังตักน้ำ  กาละมัง  ขันตักน้ำ  ถังใส่น้ำอัดลม  และชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ทำจากโพลีโพรไพลีน  สามารถนำไปชุบโครเมี่ยมได้

                3.  โพลีไวนิลคลอไรด์  ( Polyvinyl  Chloride )   ทั่วไปเรียกย่อว่า   P.V.C.  เป็นพลาสติก  ที่ทนทานต่อสารเคมี  ไม่สกปรกง่าย  มีทั้งชนิดอ่อนและชนิดแข็ง  ใช้ทำท่อน้ำประปา  สายยางรดน้ำต้นไม้  เปลือกหุ้มสายไฟฟ้า  รองเท้าบู๊ท  รองเท้าแตะ  ขวดชนิดใสแข็ง  แกลลอนใส่น้ำมัน  เป็นต้น

                4.  โพลีสไตลีน  ( Polystylene )  ทั่วไปเรียกย่อว่า  P.S.  มีทั้งชนิดใส  ชนิดฝ้า  และชนิดทึบ  ทนความร้อนได้ดีพอสมควร  แต่ไม่ทนน้ำมันเบนซิน  และทินเนอร์  ใช้ทำพวกตะเกียบ  หวี  บรรทัดราคาถูก  ด้ามแปรงสีฟัน  โฟมที่ใช้ทำตัวอักษร  เป็นต้น

                5.  อะคริลิก  ( Acrylic )  ทั่วไปเรียกย่อว่า   P.M.M.A  มีลักษณะเป็นแผ่นใส แสงผ่านได้ดี  และชนิดขุ่น  มีชื่อทางการค้าว่า  แพลกซิกลาสหรือโพลีกลาส  ( Plexiglass  or  Polyglass )  ใช้ทำพวกป้ายโฆษณา  กรอบพระห้อยคอ  โป๊ะไฟแว่นตา  เลนซ์กล้องถ่ายรูป  หน้าปัดเครื่องมือวัด  ถ้วยแก้ว  เป็นต้น

                6.  โพลีไวนิลอาซีเตต  ( Polyvine  Acetate )  ทั่วไปเรียกย่อว่า  P.V.A.เป็นพลาสติกเหลวที่ละลายน้ำได้  ใช้ในการทำกาวต่างๆ  ใช้ในการทำสีทาอาคาร  เช่น  สีน้ำหรือสีพลาสติก เป็นต้น

                7.  โพลีเยสเตอร์  ( Polyesyer )  พลาสติกชนิดนี้มีทั้งแบบได้รับความร้อนแล้วอ่อนตัว  และได้รับความร้อนแล้วไม่อ่อนตัว   ชนิดร้อนแล้วอ่อนตัวใช้ทำพวกเส้นใยทอผ้า  ได้แก่เสื้อผ้าที่เราใช้ปัจจุบัน  ฟิล์มต่างๆ  และเทปบันทึกเสียง  เป็นต้น

พลาสติกแข็ง

                พลาสติกแข็งเมื่อถูกความร้อนแล้วไม่อ่อนตัว  แต่จะไหม้เกรียมไป  ผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดนี้  เมื่ออัดขึ้นรูปหรือผสมใช้งานแล้วจะนำมาหลอมใช้อีกไม่ได้  ดังนั้นเศษหรือของที่ใช้แล้วที่จะทำพลาสติกประเภทนี้ จึงไม่สามารถนำมาบดหลอมใช้อีกได้  เนื่องจากแข็งตัวทำให้เนื้อพลาสติกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี  พลาสติกชนิดนี้ทำมาจากพลาสติกอ่อน  โดยการเติมตัวเร่งที่เรียกว่า  Hardener   ลงไปในเนื้อพลาสติกอ่อน  ก็จะทำให้เนื้อแข็งขึ้นทันที  มีความแข็งแรงค่อนข้างสูง

คุณสมบัติของพลาสติกแข็ง            

                1.  ลุกติดไฟได้ยาก
                2.  เป็นฉนวนไฟฟ้า
                3.  แข็งเหนียวแตกยาก
                4.  ทนความร้อนได้สูง
                5.  ไม่หลอมละลายในสารใดๆ

 ชนิดของพลาสติกแข็ง

                พลาสติกแข็งมีหลายชนิด  ที่สำคัญและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  ได้แก่

                1.  ยูเรียฟอร์มาเดลไฮด์  ( Urea  Formaldehyde )  เป็นพลาสติกใส  ย้อมสีได้  ทนความร้อน  ทนต่อปฏิกริยาเคมีและสารละลาย  มีทั้งชนิดแข็งและชนิดเหลว  ชนิดแข็งใช้ทำชิ้นงานหล่ออัดทั่วไป  เช่น  เปลือกนอกของอุปกรณ์ไฟฟ้า  ตู้วิทยุ  ด้ามเครื่องมือ  เป็นต้น  ชนิดเหลวใช้ทำน้ำยาเคลื่อบผิว  และใช้ทำกาว  ฯลฯ

            2.  เมลามีนฟอร์มาเดลไฮด์  ( Melamine  Formaldehyde )      พลาสติกชนิดนี้มีคุณสมบัติคล้ายกับยูเรียมาเดลไฮด์  ทนต่อแรงกระแทกได้ดี  มีผิวแข็งย้อมสีได้  มีทั้งชนิดแข็งและชนิดเหลว  ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกชนิดนี้ ได้แก่   ถ้วย  จาน  ชาม  ชนิดตกไม่แตก  เป็นต้น  ส่วนชนิดเหลวใช้ในการทำกาวที่ทนทานต่อน้ำได้ดี  และใช้ในการทำสีน้ำหรือสีพลาสติก

            3.  ฟีโนลิค  (Phenolic )  เป็นพลาสติกที่รู้จักกันในชื่อว่า  เบเกอร์ไรท์  ( Bakerite )  เป็นพลาสติกที่มีราคาถูก  และใช้งานมากที่สุด  มีความแข็งแรงทนทาน  ทนสารเคมี  ทนความร้อนได้ประมาณ  200  C  เป็นฉนวนไฟฟ้า มีทั้งชนิดแข็งและชนิดเหลว  ชนิดแข็งใช้ทำพวกตู้โทรศัพท์ ตู้วิทยุ  กล่อมสวิทซ์ไฟฟ้า  หูหม้อหุ้งข้าว  หูกะทะ  ฝาครอบจานจ่าย  เป็นต้น  ชนิดเหลวใช้ทำพวกน้ำยาเคลือบผิว

                4.  โพลีเยสเตอร์  ( Polyester )  ไฟเบอร์กล๊าส รู้จักโพลีเยสเตอร์ดีในรูปของผลิตภัณฑ์ โพลีเยสเตอร์ที่เป็นพลาสติกแข็งมีคุณสมบัติรับแรงดึง  แรงอัด  แรงบิดงอได้ดี  และเป็นฉนวนไฟฟ้า  นิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กล๊าสมากที่สุด  เช่น  ชิ้นส่วนของเครื่องบิน  ถังบรรจุของเหลว  เรือ  โครงหลังคารถยนต์  เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ  เป็นต้น

                5.  ยูรีเทน  ( Urethane )  พลาสติกชนิดนี้มีทั้งเป็นของแข็ง  ฟองน้ำและของเหลว  ถ้าอยู่ในรูปของของแข็ง  มีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนได้ดี  เหนียวทนทานทนความร้อนและสารเคมี  เป็นฉนวนไฟฟ้า  ถ้าอยู่ในรูปของโฟมหรือฟองน้ำ  จะเก็บเสียงและรับการสั้นสะเทือนได้ดี  ใช้ทำพวกเบาะรถยนต์  ที่นอน  ในรูปของเหลวใช้ทำน้ำยาเคลือบผิววัสดุต่างๆ

                6.  อีฟอกซี่  ( Epoxy )  เป็นพลาสติกที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมเคลือบผิว  สารเคลือบที่ทำจากพลาสติกชนิดนี้  จะมีคุณสมบัติเหนียวยึดเกาะแน่น  ยืดหยุ่นได้ดีต้านทานต่อปฏิกิริยาเคมีได้สูง  เป็นฉนวนไฟฟ้า  คุณสมบัติเช่นนี้ไม่เคยพบในวัสดุเคลือบผิวชนิดนี้มาก่อน อีฟอกซี่แผ่นถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมสร้างชิ้นส่วนของเครื่องบิน  รถยนต์อีพอกซี่เหลวใช้ทำกาวมีความเหนียวมาก  สามารถต่อชิ้นส่วนของโลหะได้  กาวชนิดนี้มีจำหน่ายเป็นหลอดคู่  คือมีเนื้อกาว  ( Resin ) และหลอดน้ำยาทำให้แห้งเร็ว  (Hardener )  เวลาใช้ต้องนำมาผสมกัน

 
ที่มา : http://www.supradit.com/
   
   
   
     
copyright © graphicmind 2009 All Rights Reserved