พลาสติกแข็ง
พลาสติกแข็งเมื่อถูกความร้อนแล้วไม่อ่อนตัว แต่จะไหม้เกรียมไป ผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดนี้ เมื่ออัดขึ้นรูปหรือผสมใช้งานแล้วจะนำมาหลอมใช้อีกไม่ได้ ดังนั้นเศษหรือของที่ใช้แล้วที่จะทำพลาสติกประเภทนี้ จึงไม่สามารถนำมาบดหลอมใช้อีกได้ เนื่องจากแข็งตัวทำให้เนื้อพลาสติกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี พลาสติกชนิดนี้ทำมาจากพลาสติกอ่อน โดยการเติมตัวเร่งที่เรียกว่า Hardener ลงไปในเนื้อพลาสติกอ่อน ก็จะทำให้เนื้อแข็งขึ้นทันที มีความแข็งแรงค่อนข้างสูง
คุณสมบัติของพลาสติกแข็ง
1. ลุกติดไฟได้ยาก
2. เป็นฉนวนไฟฟ้า
3. แข็งเหนียวแตกยาก
4. ทนความร้อนได้สูง
5. ไม่หลอมละลายในสารใดๆ
ชนิดของพลาสติกแข็ง
พลาสติกแข็งมีหลายชนิด ที่สำคัญและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ได้แก่
1. ยูเรียฟอร์มาเดลไฮด์ ( Urea Formaldehyde ) เป็นพลาสติกใส ย้อมสีได้ ทนความร้อน ทนต่อปฏิกริยาเคมีและสารละลาย มีทั้งชนิดแข็งและชนิดเหลว ชนิดแข็งใช้ทำชิ้นงานหล่ออัดทั่วไป เช่น เปลือกนอกของอุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้วิทยุ ด้ามเครื่องมือ เป็นต้น ชนิดเหลวใช้ทำน้ำยาเคลื่อบผิว และใช้ทำกาว ฯลฯ
2. เมลามีนฟอร์มาเดลไฮด์ ( Melamine Formaldehyde ) พลาสติกชนิดนี้มีคุณสมบัติคล้ายกับยูเรียมาเดลไฮด์ ทนต่อแรงกระแทกได้ดี มีผิวแข็งย้อมสีได้ มีทั้งชนิดแข็งและชนิดเหลว ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกชนิดนี้ ได้แก่ ถ้วย จาน ชาม ชนิดตกไม่แตก เป็นต้น ส่วนชนิดเหลวใช้ในการทำกาวที่ทนทานต่อน้ำได้ดี และใช้ในการทำสีน้ำหรือสีพลาสติก
3. ฟีโนลิค (Phenolic ) เป็นพลาสติกที่รู้จักกันในชื่อว่า เบเกอร์ไรท์ ( Bakerite ) เป็นพลาสติกที่มีราคาถูก และใช้งานมากที่สุด มีความแข็งแรงทนทาน ทนสารเคมี ทนความร้อนได้ประมาณ 200 C เป็นฉนวนไฟฟ้า มีทั้งชนิดแข็งและชนิดเหลว ชนิดแข็งใช้ทำพวกตู้โทรศัพท์ ตู้วิทยุ กล่อมสวิทซ์ไฟฟ้า หูหม้อหุ้งข้าว หูกะทะ ฝาครอบจานจ่าย เป็นต้น ชนิดเหลวใช้ทำพวกน้ำยาเคลือบผิว
4. โพลีเยสเตอร์ ( Polyester ) ไฟเบอร์กล๊าส รู้จักโพลีเยสเตอร์ดีในรูปของผลิตภัณฑ์ โพลีเยสเตอร์ที่เป็นพลาสติกแข็งมีคุณสมบัติรับแรงดึง แรงอัด แรงบิดงอได้ดี และเป็นฉนวนไฟฟ้า นิยมใช้ทำผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กล๊าสมากที่สุด เช่น ชิ้นส่วนของเครื่องบิน ถังบรรจุของเหลว เรือ โครงหลังคารถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เป็นต้น
5. ยูรีเทน ( Urethane ) พลาสติกชนิดนี้มีทั้งเป็นของแข็ง ฟองน้ำและของเหลว ถ้าอยู่ในรูปของของแข็ง มีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนได้ดี เหนียวทนทานทนความร้อนและสารเคมี เป็นฉนวนไฟฟ้า ถ้าอยู่ในรูปของโฟมหรือฟองน้ำ จะเก็บเสียงและรับการสั้นสะเทือนได้ดี ใช้ทำพวกเบาะรถยนต์ ที่นอน ในรูปของเหลวใช้ทำน้ำยาเคลือบผิววัสดุต่างๆ
6. อีฟอกซี่ ( Epoxy ) เป็นพลาสติกที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมเคลือบผิว สารเคลือบที่ทำจากพลาสติกชนิดนี้ จะมีคุณสมบัติเหนียวยึดเกาะแน่น ยืดหยุ่นได้ดีต้านทานต่อปฏิกิริยาเคมีได้สูง เป็นฉนวนไฟฟ้า คุณสมบัติเช่นนี้ไม่เคยพบในวัสดุเคลือบผิวชนิดนี้มาก่อน อีฟอกซี่แผ่นถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมสร้างชิ้นส่วนของเครื่องบิน รถยนต์อีพอกซี่เหลวใช้ทำกาวมีความเหนียวมาก สามารถต่อชิ้นส่วนของโลหะได้ กาวชนิดนี้มีจำหน่ายเป็นหลอดคู่ คือมีเนื้อกาว ( Resin ) และหลอดน้ำยาทำให้แห้งเร็ว (Hardener ) เวลาใช้ต้องนำมาผสมกัน